ป้องกัน Spam Mail อย่างมีประสิทธิภาพ




  • ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทาง “จดหมายอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “อีเมล์” เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในระดับองค์กรเพื่อติดต่อทางธุรกิจ หรือการติดต่อสื่อสารส่วนตัว ซึ่งอีเมล์แอดเดรสของเราก็เปรียบเสมือนการที่อยู่ทางไปรษณีย์นั่นเองแต่จะแตกต่างกันก็คืออีเมล์แอดเดรสจะถูกส่งไปกับอีเมล์ที่เรารับ-ส่ง ก็หมายถึงทุกครั้งที่เรารับ-ส่ง หรือส่งต่ออีเมล์ จะทำให้คนที่อยู่ในกลุ่มผู้รับหรือผู้ที่รับอีเมล์ต่อจะรู้อีเมล์แอดเดรสของเราอย่างง่ายดาย หมายถึงโอกาสที่กลุ่มผู้สร้าง Spam จะสามารถรู้อีเมล์แอดเดรสของเราและส่ง Spam อีเมล์มาให้เราได้อย่างไม่ยากเลย
    ประเภทของจดหมายอิเลคทรอนิกส์ก่อกวน
  • Spam mail คือ จดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้ส่งส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ตัวเองมี
  • Chain mail คือ เป็นจดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่มีข้อความเหมือนจดหมายลูกโซ่ที่เราเคยได้รับโดยทั่วไป เนื้อหาก็จะเป็นเรื่องคำเตือนเกี่ยวกับไวรัส หรือเรื่องอื่น ๆ แต่ที่สำคัญคือ บอกว่าให้ส่งข้อความนี้ให้กับคนที่รู้จัก
  • Bomb mail คือ การก่อกวนผู้รับจดหมายอิเลคทรอ-นิกส์ หรือระบบจดหมายอิเลคทรอนิกส์ของเครือข่าย โดยส่งจดหมายอิเลคทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก ๆ ไปยังผู้รับจดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือระบบจดหมายอิเลคทรอนิกส์
  • Mail Virus เป็นจดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่มี Attached File เป็นไวรัสที่ติดมากับจดหมายอิเลคทรอนิกส์ด้วย ซึ่งไวรัสนี้สามารถ execute ได้เมื่อผู้อ่านคลิกเพื่อเปิดไฟล์นั้น
  • Hoax mail เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อกวนที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การส่งข้อความต่อ ๆ กันไปผ่านทางโปรแกรมรับส่งข้อความ หรือห้องสนทนาต่าง ๆ ซึ่งสามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้มากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นกับเทคนิค และการใช้จิตวิทยาของผู้สร้างข่าวขึ้นมา
  • Mail Spam / Bomb คืออะไรSpam mail คืออีเมล์ที่เราไม่ต้องการ เป็นประเภทหนึ่งของ Junk mail หลายคนสับสนคำว่า Spam mail กับคำว่า Bomb mail จุดประสงค์ของ Spam mail นั้น ผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการโฆษณาบริการต่าง ๆ ที่ตัวเองมี ส่วนจุดประสงค์หลักของ Bomb mail คือการก่อกวนผู้รับหรือระบบเมล์ของเครื่องข่ายนั้น ๆ โดยทั่วไป Spam Mail เป็นการส่งอีเมล์แต่ละฉบับไปหาคนจำนวนมาก
  • ส่วน Bomb mail เป็นการเมล์จำนวนมากไปหาคน ๆ หนึ่งหรือระบบเมล์ใดระบบเมล์หนึ่ง
    คำว่า SPAM จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นคำย่อมาจากคำใด และก็ไม่เคยมีความหมายในภาษาอังกฤษมาก่อน เพียงแต่เป็นคำแสลงที่ใช้ในการเรียกอีเมล์ที่ส่งมาเพือมีจุดประสงค์ในการโฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์, บริจาค, ขอความช่วยเหลือ หรืออื่น ๆ ซึ่งสร้างความรำคาญในกับผู้ใช้อีเมล์หากได้รับอีเมล์ประเภทนี้มาเกินไป
    Spam เกิดขึ้นได้อย่างไรก็อย่างที่เรารู้กันว่าการส่งอีเมล์เป็นการสื่อสารที่เสียค่าใช่จ่ายน้อยและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้จำนวนมาก ผู้ที่สร้าง SPAM ก็คือพวกที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดเพื่อจุดประสงค์ในการโฆษณาขายสินค้า, ประชาสัมพันธ์ ทางธุรกิจของตน จึงใช้วิธีการให้ได้มาซึ่งอีเมล์แอดเดรสของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจเป็นได้จากหลายกรณี เช่น การที่เราส่งต่ออีเมล์ต่าง ๆ, การใช้อีเมล์แอดเดรสในการสมัครสมาชิกของกลุ่มข่าว (newsgroup) หรือสมัครสมาชิกของเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น
  • วิธีการป้องกันจะเห็นได้ว่า SPAM เกิดจากการที่ผู้สร้าง SPAM รู้จักอีเมล์แอดเดรสของเรา ดังนั้นการป้องกันที่ต้นเหตุที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้คนอื่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องในติดต่อรู้จักอีเมล์แอดเดรสของเรา แต่ถ้าหากเราไม่สามารถป้องกันที่ต้นเหตุได้ตั้งแต่แรก และเคยได้รับ SPAM อีเมล์มาแล้ว เราก็ต้องหันมาป้องกันที่ปลายเหตุ โดยใช้ความสามารถของอีเมล์ไคลเอ็นท์ เช่น Microsoft Outlook ในการกรอง SPAM อีเมล์ หรือ/และร่วมกับความสามารถของอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ เช่น Microsoft Exchange หรือ ซอฟต์แวร์ Anti-spam เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
    โดยทั่วไปการป้องกัน SPAM สามารถทำได้ดังนี้
    ใช้ Outlook ในการกรองอีเมล์ SPAM ถ้าคุณใช้ Outlook 2003 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จะเห็นได้ว่ามีโฟล์เดอร์ที่เรียกว่า Junk E-Mail. ซึ่งในโฟล์เดอร์นี้จะมีกลไกในการกรองอีเมล์ที่ไม่ต้องการออกไปจาก Inbox ซึ่งตัวกรองจะสามารถกำหนดได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเวลาที่อีเมล์ถูกส่งมา (ซึ่งปกติอีเมล์ SPAM จากแหล่งเดิม ๆ มักถูกตั้งสริปต์ให้ส่งมาเวลาเดียวกันในแต่ละวัน)
    หลีกเลี่ยงการตอบอีเมล์ SPAM เพราะการตอบอีเมล์ SPAM ทำให้พวกผู้สร้าง SPAM รู้ว่าคุณยังใช้อีเมล์แอดเดรสและเมล์บ็อกซ์นี้อยู่ ทำให้ผู้สร้าง SPAM นั้นส่งอีเมล์ SPAM มาให้อีก ทางที่ดีที่สุดคือลบอีเมล์ SPAM ทิ้งเมื่อคุณได้รับมัน
  • ไม่ควรใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กรในการลงทะเบียนใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต ในบางครั้งคุณอาจต้องการลงทะเบียน mailing list, news group, การดาวน์โหลด freeware หรือ shareware, การสมัครสมาชิกใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต หรือการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต คุณไม่ควรจะใช้อีเมล์แอดเดรสที่ใช้ในองค์กรเพื่อการลงทะเบียนเหล่านี้ เพราะจะทำให้อีเมล์แอดเดรสของคุณหลุดรอดไปยังพวกสร้างอีเมล์ SPAM ได้ ข้อแนะนำคือ ให้สร้างอีเมล์แอดเดรสในฟรีเมล์เช่น hotmail ไว้อีกหนึ่งอีเมล์แอดเดรส เพื่อใช้ในการลงทะเบียนหรือซื้อของทางอินเทอร์เน็ตแทนการใช้อีเมล์แอดเดรสหลักที่ใช้ในองค์กร และควรจะใส่จุดไว้ข้างหน้าและข้างหลังอีเมล์เพื่อเพิ่มความยากลำบากในการใช้โปรแกรม Spam ยิ่งขึ้น เช่น .yourname@domain.com.
    หากคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ไม่ควรใส่อีเมล์แอดเดรสหลักที่คุณใช้ในองค์กรลงบนเว็บไซต์
    หากต้องใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียนบนเว็บไซต์ใด ๆ ให้อ่าน Privacy policy ให้ละเอียด สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการให้คุณใช้อีเมล์แอดเดรสในการลงทะเบียน มักมี privacy policy ให้คุณอ่านและเลือกตอบ เช่น คุณต้องการเปิดเผยข้อมูลและอีเมล์แอดเดรสของคุณแก่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้ของเว็บไซต์หรือไม่?, อีเมล์ของคุณต้องการให้เก็บเป็นความลับหรือไม่? เป็นต้น ดังนั้นคุณจะต้องอ่านให้ละเอียดและเลือกใช้ให้เหมาะสม
    ลบข้อมูลของคุณจาก Profile ต่าง ๆ ที่อาจค้นเจอได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตข้อนี้อาจทำได้ยากในทางปฎิบัติ แต่จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการของผู้เขียนเอกสาร Crabby's top 10 spam-fighting tips พบว่าเมื่อทำการลบ profile ที่เราไปลงทะเบียนไว้หรือแสดงอีเมล์แอดเดรสของเราเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Internet directory, กลุ่มข่าว หรือ discussion board พบว่าจำนวนอีเมล์ SPAM ที่ได้รับลดลง
    ไม่ควรส่งต่ออีเมล์ประเภท Chain e-mail หรือ Forward mailปัจจุบันมี Chain e-mail หลายรูปแบบ เช่น การบริจาคเงิน, บริจาคเลือด, การได้รับรางวัล ต่าง ๆ หรือ Forward e-mail เช่น รูปภาพ, ข้อความ, ข่าว เป็นต้น หากต้องการส่งต่ออีเมล์ประเภทนี้ ควรลบรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ที่จะปรากฎอยู่เมื่อคุณกดปุ่ม Forward ทั้งนี้เป็นการช่วยป้องกันผู้ที่อยู่ในรายชื่อของผู้ที่ได้รับอีเมล์ก่อนหน้านี้ แต่อย่าลืมว่าผู้ที่ได้รับอีเมล์ต่อจากคุณอาจจะส่งต่อไปให้เพือน ๆ ของเขา ซึ่งคุณก็มีโอกาสเสี่ยงในการที่ผู้สร้างอีเมล์ SPAM จะรู้อีเมล์แอดเดรสของคุณอยู่ดี
  • การแก้ปัญหาจดหมาย Spamคุณสมบัติหลักที่ Anti spam ควรจะต้องมีคือประสิทธิ-ภาพและความถูกต้อง ในการตรวจจับ ซึ่งก็มีหลายวิธีในการคิดค่า แต่จะมีอยู่วิธีหนึ่งทีมีประสิทธิภาพ ก็คือการวัดจากค่า Spam ที่สามารถป้องกันไม่ให้เข้ามาในระบบได้ คำนวณได้เป็นร้อยละของจดหมายที่ป้องกันได้ และตรวจจับถูกต้องว่าคือ spam สามารถคำนวณได้โดย
    [จำนวนของจดหมายสแปมที่จับได้ / (จำนวนของจดหมาย สแปมที่จับได้+จำนวนของจดหมายสแปมที่จับไม่ได้)] X 100%
  • ระบบ Anti spam ที่ดีควรมีค่าการหลุดลอดของจดหมาย SPAM มากกว่า 95%
    ส่วนค่าของความถูกต้องคือค่าร้อยละของจดหมาย Spam ที่จับได้ถูกต้อง สามารถคำนวณได้โดย
    [(จำนวนของจดหมายสแปมที่จับได้ - จำนวนจดหมายที่เป็น สแปม) / จำนวนของจดหมายทั้งหมดที่จับได้] X 100%
    ระบบ Anti spam ที่ดีควรมีค่าความถูกต้องไม่น้อยกว่า 99.9999% หรือผิดพลาดจากการตรวจสอบจดหมายผิดว่าเป็น SPAM 1 ฉบับใน 1 ล้านฉบับ
    ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบอาจจะต้องใช้เป็น Appliance ที่เป็นพวก Mail Gateway
    ในแต่ละวันองค์กรของคุณอาจจะมีอีเมล์ทีมีมากมายมหาศาลเข้ามาในแต่ละวัน จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ดูแลระบบที่จะต้องทำการตรวจเช็คอีเมล์เข้า-ออกที่มีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะไม่สะดวกนักสำหรับผู้รับหากพบว่าอีเมล์ที่เป็นงานของตนเองสูญหายอยู่บ่อยครั้ง ระบบจึงมีความจำเป็นต้องใช้ Anti-spam/Anti-virus หรือ Mail Gateway Security ที่เป็น Appliance Box มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาต่างกับอีเมล์ขององค์กร เช่น จากผู้ผลิตที่มีความชำนาญทางด้าน Security อย่างเช่น Symantec Mail Security จาก Symantec เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันเวอร์ชัน 7.5 นั้นได้เพิ่มความสามารถในการตรวจ massage ที่ใช้งานใน IM (Instant Massaging) อย่างเช่น MSN ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
    Symantec Mail Security 8340 Appliance






  • Symantec Mail Security Appliance เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการจัดการด้านความปลอดภัยของอีเมล์เป็นอย่างสูง สามารถแสดงรายงานผลการทำงานทั้งที่เป็นรายละเอียดหรือเป็นกราฟสถิติได้ดีมาก จัดจำหน่ายโดยบริษัท เดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด ให้บริการโดยฝ่ายเทคนิคโดยทีม Professional Service
    ท่านสามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.value.co.th หรือติดต่อขอทดสอบผลิตภัณฑ์ได้ที่ฝ่ายขายที่ท่านติดต่ออยู่
ติดตั้งโปรแกรมหรือไดรเวอร์ไปแล้วเข้าวินโดวส์ไม่ได้
ลงโปรแกรม Norton AntiVirus ไปแล้ว พอบูตเครื่องขึ้นมาอีกทีก็เข้าวินโดวส์ไม่ได้แล้ว ปัญหาทำนองนี้พบค่อนข้างบ่อยมาก อาจจะเนื่องมาจากในบ้านเราผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมเถื่อนที่มีขายอยู่ทั่วไปตามห้างไอที ทำให้บางครั้งในขั้นตอนการผลิตซีดีไม่ได้มาตรฐานไฟล์บางตัวเลยก๊อปปี้มาไม่ครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นซีดีโปรแกรมที่เป็นแผ่น รวมหลายสิบโปรแกรมนั้น ค่อนข้างจะมีปัญหาเยอะมาก เมื่อผู้ใช้ซื้อไปติดตั้งจึงมีปัญหาตามมาหรือบางโปรแกรม เช่น Norton AntiVirus ชอบที่จะเข้าไปขอใช้ไฟล์ระบบที่มีนามสกุล DLL เมื่อมีการติดตั้งไม่สมบูรณ์เลยทำให้ ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้
อีกสาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากการลงไดรเวอร์นั่นเอง ไดรเวอร์บางตัวก็มักมีปัญหากับระบบปฏิบัติการและชอบเข้าไปยุ่งกับไฟล์ ระบบทำให้วินโดวส์พังก็มีให้เห็นมาแล้ว สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาของ ช่างคอมพิวเตอร์นั้น ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้เสียก่อน หากพบว่าได้มีการติดตั้งโปรแกรม หรือไดรเวอร์ลงไปหลังจากนั้นก็ทำให้บูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้อีกเลย ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากสาเหตุการลงโปรแกรมและไดรเวอร์ไม่สมบูรณ์จนอาจทำให้ระบบไม่สามารถบูตได้ โดยเราสามารถแก้ปัญหาได้ดังนี้
ให้บูตเครื่องเข้าสู่ Safe Mode เพราะการเข้าสู่ Safe Mode จะเป็นการเข้าสู่วินโดวส์โดยที่ไม่ จำเป็นต้องใช้ไดรเวอร์หรือไฟล์บางตัว จากนั้นให้เราเข้าไปลบโปรแกรมหรือไดรเวอร์ที่ทำให้เกิดปัญหาออกไปจากเครื่องให้หมดเกลี้ยงอย่าให้เหลือซาก จากนั้นจึงบูตเครื่องเข้าสู่วินโดวส์ได้ตามปกติ
เครื่องบูตขึ้นแต่ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้
กรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ผ่านขั้นตอนการ POST แล้ว แต่กลับมาค้างที่หน้าจอแสดงโลโก้วินโดวส์ทำให้ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้เลย บางครั้งก็ยังไม่แสดงโลโก้ของวินโดวส์แต่กลับมีข้อความแจ้งขึ้นมาว่า “Missing Operation System”
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของช่างคอมพิวเตอร์ก็คือ ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก่อน ว่าได้มีการลบไฟล์ระบบบางตัวออกไปหรือเปล่า ส่วนใหญ่ปัญหานี้มันเกิดจากไฟล์ระบบ COMMAND.COM เสียหายหรือถูกลบทิ้งไปเนื่องจากว่าไฟล์ COMMAND.COM เป็นไฟล์ที่มีหน้าที่เก็บคำสั่งภายในของระบบดอสเอาไว้ เช่น TYPE, COPY, DIR, DEL นอกจากนี้ก็ยังทำหน้าที่ ติดต่อและแปลคำสั่งของผู้ใช้ผ่านคีย์บอร์ด และนำคำสั่งนั้นไปปฏิบัติงาน ซึ่งนับว่าไฟล์ COMMAND.COM นั้นมีความสำคัญต่อระบบปฏิบัติการที่ยังต้องอิงกับระบบดอสอยู่มาก
วิธีแก้ไขก็คือ ให้บูตเครื่องด้วยแผ่น Startup Disk จากนั้นพิมพ์คำสั่ง SYS C: ซึ่งเป็นคำสั่ง ก๊อปปี้ไฟล์ระบบลงไปในไดรฟ์ C: โดยที่ไฟล์ระบบนั้นจะมีไฟล์ COMMAND.COM รวมอยู่ด้วย จากนั้นให้บูตเครื่องขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้จะพบว่าสามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้แล้ว
วิธีการแก้ไข Code error MSN

สาเหตุที่เกิด โดยดูจาก Errorcode
ErrorCode : *beep*
- สาเหตุ: เกิดจาก MSN หาไฟล์พวก .dll บางตัวไม่เจอ ทำให้ไม่สามารถ sign in ได้
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 3
ErrorCode : 81000362- สาเหตุ: เกิดจากที่ตัว IE เปิด Work OffLine ไว้ครับ
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 11 ErrorCode : 80048820
- สาเหตุ: เกิดจากวันที่ของเครื่องไม่ถูกต้อง
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 3 ครับ หรือตั้งวันที่ใหม่
ErrorCode : 80072ee7 , 80048848
- สาเหตุ: เกิดจากปัญหาของ Firewall หรือการติดต่อออกอินเตอร์เน็ต มีปัญหา
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 และ 2
ErrorCode : 80072eff , 80070193 , 800701f7
- สาเหตุ: เป็นปัญหาจาก .NET Messenger Service มีปัญหา ซึ่งอาจจะเกิดจากตัว .Net server
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 และ 4
ErrorCode : 80072efd
- สาเหตุ: ปัญหานี้เกิดจาก ในส่วนของ windows update
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 3 และ 5
ErrorCode : 80072f0d
- สาเหตุ: เกิดจากที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ security ของ MSN ไม่ทำงาน
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 3 และ 6 ถ้ายังไม่หายให้เพิ่มข้อ 10 ด้วย
ErrorCode : 80070190 , 80072745
- สาเหตุ: เกิดจากปัญหาการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 4 และ 3
ErrorCode : 80070301- สาเหตุ: เกิดจากปัญหา ของ .NET Messenger Service
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 4 , 7 และ 8
ErrorCode : 81000303 หรือ " Microsoft .NET Passport has made your account temporarily unavailable to help prevent other users from guessing or obtaining your password."
- สาเหตุ: เกิดจากปัญหา ของ .NET Messenger Service หรือ รหัสผ่านผิด
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 3 ,4 และ 7
ErrorCode : 81000306- สาเหตุ: เกิดจากปัญหา ของ .NET Messenger Service หรือ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
- วิธีแก้: แก้ตามวิธีแก้ที่ 1 , 2 , 4 และ 8
ให้ทำตามวิธีแนะข้างล่างนี้

วิธีแก้
1. ตรวจเช็ค Internet ว่า Connect อยู่หรือป่าว...
2. ปิด Firewall ทั้งของ Windows , Router และโปรแกรม Antivirus ต่างๆ
3. Register DLL files และตั้งวันที่ใหม่ โดยใช้ไฟล์นี้ http://www.adslthailand.com/forum/files/allmsn_110.zip
4. เช็ค .Net Messenger Service server อาจมีปัญหา

ลองคลิ๊กที่นี่เพื่อตรวจสอบ http://messenger.msn.com/Status.aspx ว่า Server รันอยู่หรือป่าว
5. Internet Explorer ต้องสนับสนุน การเข้ารหัสแบบ 128 bit

ให้ตรวจสอบ โดยดูได้ด้วยการคลิกเมนู Help->About ใน IE ถ้าไม่ใช่แนะนำให้ลง IE6 ใหม่อีกรอบ
6. เปิด Internet Explorer ไปที่เมนู Options -> Internet Options.. -> Advancd

แล้วดูที่หัวข้อ use SSL 2.0 และ use SSL 3.0 ให้ติ๊กถูกทั้ง 2 อัน
7. ให้ตรวจสอบ user name และ password ให้แน่ใจด้วยการกรอกใหม่อีกครั้งระวังตัวพิมพ์เล็กและใหญ่
8. ไปที่ Start -> Run พิมพ์ %appdata%\microsoft กด Enter

และลบโฟล์เดอร์ชื่อ MSN Messenger (Emo และ DP ที่เพิ่มเข้าไปจะหายไปหมด)
9. อาจถูกบล็อคการใช้งานจากผู้ดูแลระบบ ลองติดต่อ admin
10. ไปที่ Start -> Run พิมพ์ regsvr32 initpki.dll กด Enter แล้วรอครับอาจจะนานหน่อยเป็น 10 นาที...
11. ตรวจเช็คการตั้งค่าใน IE และ MSN เช็คว่า IE OffLine ไว้หรือป่าว
- เรียก Internet Explorer ขึ้นมา
- กดที่เมนู File แล้วดูที่ Work Offline ว่ามีติ๊กไว้หรือป่าวถ้ามีให้เอาออก

ตรวจเช็คการตั้งค่า Proxy ใน IE
- เรียก Internet Explorer ขึ้นมา
- กดที่เมนู Tools --> Internet Options
- คลิ๊กที่แท็บ Connections กดปุ่ม LAN Settings
- เอาตัวติ๊กทั้งหมดออก
- กด OK 2 ที
ตรวจเช็คการตั้งค่า Proxy ใน MSN
- เรียก MSN Messenger ขึ้นมา
- กดที่เมนู Tools -- Options
- เลือกที่ Connection กดปุ่ม Advanced Settings
- ลบทุกอย่างที่เติมไว้ในบล็อค
- กด OK 2 ที
12. ตรวจเช็คไฟล์ hosts (อาจโดนเปลี่ยนโดย Spyware บางตัว)
- กดที่ Start ---> Run
- พิมพ์ notepad %SystemRoot%\system32\drivers\etc\hosts
- แล้วลบทั้งหมดออกเหลือไว้แต่ 127.0.0.1 localhost แค่บรรทัดเดียว
- แล้วสั่ง File -->Save แล้วปิดไปเลย
ข้อความนี้ไปเจอมา หากแต่ว่าจะเป็นประโยชน์กับบางท่านที่ไม่สามารถใช้ เอ็มได้

ปัญหาคอมค้างและการแก้ไขเบื้องต้น

  • ปัญหาของคอมพิวเตอร์ หรือ Windows ที่ใช้งานแล้วค้าง อาจมีสาเหตุต่างๆ ดังนี้
    1.เปิดใช้โปรแกรมหลายๆ โปรแกรมพร้อมกัน
    2.การติดตั้งโปรแกรม กำจัดไวรัสหลายๆ ตัว
    3.โปรแกรมที่ใช้งาน ไม่สมบูรณ์ พูดง่ายๆ คือมี BUG (Bug คือการเขียนโปรแกรมที่ไม่สมบูรณ์)
    4.Hardware ที่ติดตั้งไม่เข้ากันกับระบบ Windows
    5.ไวรัส สปายแวร์ คอมพิวเตอร์ อื่นๆ อีกมากมาย
  • สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ
    1.กดปุ่ม Ctrl + Alt + Del หรือที่เราเรียกว่า Task Manager
    2.จากนั้นให้ดูที่แท็ปแรก Applications ดูซิว่ามีรายการไหน ขึ้นคำว่า "Non Responding"
    3.คลิกเลือกรายการนั้น จากนั้นคลิกปุ่ม End Task ด้านล่าง ลบรายการอื่นๆ อีก ถ้ามี
    หลังจากนั้น แนะนำให้บันทึกงานที่ทำค้างอยู่ และดีที่สุด ควร restart Windows ใหม่ทุกครั้ง
    ถ้าพบว่าหลังจากติดตั้งโปรแกรมไหน แล้วมีปัญหา ให้รีบ uninstall นั้นๆ ดู และทดสอบใช้งานใหม่อีกครั้ง.

อันตรายจากการใช้เนต คาเฟ่

ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในนิวยอร์คอาจเข้าไปดูข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เขาอาจขโมยข้อมูลบัญชีธนาคารออนไลน์ของคุณ

ปัจจุบัน Juju Jiang ได้ชดใช้ในสิ่งที่เขากระทำแล้ว หลังจากที่มีการตัดสินความผิด แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบแป้นพิมพ์เพื่อขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจากเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ ซึ่งเขาใช้ในการขโมยเงิน หรือขายข้อมูลนั้นบนเว็บ

เขาถูกจับในขณะที่เขากำลังจัดการกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเหยื่อ เธอจ้องมองวิธีการที่คนร้ายค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธออย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เขาใช้ GoToMyPC ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับนักเดินทางที่สามารถจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนจากระยะไกลได้ เหยื่อรายนี้ได้ใช้ GoToMyPC ก่อนหน้านี้จากเครื่องสาธารณะ และ Jiang ได้ขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของเธอไป

เรื่องดังกล่าวได้สร้างความสนใจให้กับสิ่งที่ผู้คนเคยมองข้าม ซอฟต์แวร์ประเภทสปายแวร์สามารถติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะได้ง่าย เช่น อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ สนามบิน ห้องสมุด และสถานที่สาธารณะอื่นๆ

อาชญากรสามารถขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณไปได้โดยการใช้ซอฟต์แวร์ประเภทสปายแวร์ จากนั้นคุณอาจสูญเสียเงินหรือถูกขโมยข้อมูลเฉพาะตัว เรื่องต่างๆ เหล่านี้จะช่วยย้ำเตือนให้คุณระมัดระวังในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ

ซอฟต์แวร์จะไม่เป็นที่สังเกต
จารชนมักใช้ซอฟต์แวร์เนื่องจากซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปมักไม่สังเกตเห็น หรืออาจนำฮาร์ดแวร์มาวางไว้ระหว่างแป้นพิมพ์และเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่การใช้ฮาร์ดแวร์จะเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่ายในที่สาธารณะ

โปรแกรมเหล่านี้สามารถบันทึกการใช้แป้นพิมพ์โดยที่เหยื่อไม่ทันรู้ตัว จากนั้นจึงส่งข้อมูลที่บันทึกไว้ทางอีเมลตามเวลาที่กำหนด หรือใช้วิธีการดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าว โปรแกรมอื่นๆ อาจบันทึกภาพหน้าจอของเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม ข้อมูลที่บันทึกไว้เหล่านี้ก็จะถูกส่งทางอีเมลเช่นเดียวกัน

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คุณจะไม่สังเกตเห็นโปรแกรมประเภทสปายแวร์ เว้นแต่ว่าคุณจะทราบวิธีการค้นหา คุณจึงจะพบโปรแกรมเหล่านี้ คุณจึงควรตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณว่ามีซอฟต์แวร์สปายอยู่หรือไม่ก่อนใช้งาน ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป

แต่อยากให้คุณตระหนักไว้ว่า นอกจากโปรแกรมสปายแล้ว คุณอาจพบกับภัยคุกคามอื่นๆ ซึ่งเลวร้ายยิ่งกว่าการใช้ห้องน้ำสาธารณะ!

ข้อควรพิจารณา 5 ประการเมื่อคุณใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำมีดังต่อไปนี้

1. การตรวจสอบโปรแกรมสปาย
คุณสามารถดาวน์โหลด X-Cleaner Spyware Remover ได้จาก spywareinfo.com แล้วคัดลอกเก็บไว้ในฟล็อปปี้ดิสก์ หากเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะที่คุณใช้มีฟล็อปปี้ไดรฟ์ ให้ใส่แผ่นดิสก์และเรียกใช้ X-Cleaner จากฟล็อปปี้ดิสก์เพื่อตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ โดยคุณไม่จำเป็นต้องติดตั้ง X-Cleaner

2. การลบข้อมูลของคุณ
เมื่อคุณใช้งานอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ ระบบจะบันทึกเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมเอาไว้ หลังจากที่คุณเรียกดูข้อมูลต่างๆ โดยใช้ Microsoft Internet Explorer เสร็จแล้ว ให้คลิก Tools > Internet Options ในแท็บ General ให้คลิก Delete Files และ Delete Cookies จากนั้นให้คลิก Clear History

3. การป้องกันรหัสผ่านของคุณ
เบราว์เซอร์สามารถตรวจสอบรหัสผ่านได้เช่นกัน ก่อนที่คุณจะใช้งานเว็บ หากคุณใช้ Internet Explorer ให้คลิก Tools > Internet Options ในแท็บ Content ให้คลิก AutoComplete แล้วยกเลิกการเลือกทั้ง 4 ช่อง

เมื่อคุณเรียกดูข้อมูลเสร็จแล้ว ให้คลิก Tools > Internet Options แล้วไปที่แท็บ Content และคลิก AutoComplete คลิก Clear Forms และ Clear Passwords

4. การลบข้อมูลในเบราว์เซอร์จะทำให้คุณแน่ใจได้ว่าผู้อื่นจะไม่สามารถตรวจสอบการเรียกดูข้อมูล หรือขโมยรหัสผ่านจากข้อมูลที่บันทึกไว้ได้ แต่โปรแกรมตรวจสอบการใช้แป้นพิมพ์ยังสามารถบันทึกรหัสผ่านของคุณได้

โปรแกรมตรวจสอบการใช้แป้นพิมพ์บางโปรแกรมไม่สามารถบันทึกรหัสผ่านของคุณไว้ได้ หากคุณป้อนรหัสผ่านโดยใช้การคัดลอกและวางตัวอักษรหรือตัวเลข ตัวอย่างเช่น เพจที่คุณเปิดในเบราว์เซอร์มีตัวอักษรต่างๆ และสมมติว่ารหัสผ่านของคุณคือ "jim" (คุณคงไม่ใช้รหัสผ่านง่ายเช่นนี้!) คุณสามารถค้นหาตัวอักษร "j" หนึ่งตัว "i" หนึ่งตัว "m" อีกหนึ่งตัวในเพจนั้น แล้วคัดลอกและวางลงในช่องรหัสผ่าน

การใช้รหัสผ่านชั่วคราวอาจเป็นการป้องกันรหัสผ่านที่ดีที่สุด คุณอาจใช้รหัสผ่านสำหรับการทำงาน และยกเลิกเมื่อสิ้นสุดการทำงาน

อย่าเชื่อมั่นการเข้ารหัสข้อมูลมากจนเกินไป
โปรแกรมการเข้ารหัสมีอยู่มากมายในท้องตลาด บางโปรแกรมอาจใช้สำหรับการเข้ารหัสอีเมล อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเหล่านั้นจะเข้ารหัสข้อมูลเมื่อมีการคลิกที่ปุ่ม ส่ง ซึ่งเป็นการป้องกันที่สายเกินไปหากมีการติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบการใช้แป้นพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมดังกล่าวจะบันทึกรหัสผ่านและข้อความที่คุณเขียนได้อย่างถูกต้อง

5. การใช้วิจารณญาณที่ดี
การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะอาจมีความปลอดภัย แต่คุณไม่สามารถมั่นใจได้เต็มที่ คุณสามารถติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือที่ทำงานได้ แต่คุณไม่สามารถมั่นใจได้ว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่ในเครื่องสาธารณะนั้นหรือไม่

คุณควรใช้งานเครื่องเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง อย่าทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินหรือการซื้อขายหุ้นในเครื่องเหล่านี้หากคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ หลีกเลี่ยงการทำรายการที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิต และใช้รหัสผ่านชั่วคราวหากคุณต้องตรวจสอบอีเมล รวมทั้งสอบถามผู้ดูแลระบบของคุณถึงวิธีการในการ "ยกเลิกการเรียกดูเพจ"

หากคุณใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเรียกดูข้อมูลเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลธุรกิจที่สำคัญหากสามารถกระทำได้ เนื่องจากอาจมีอาชญากรเช่น Juju Jiang คอยจ้องมองคุณอยู่
ขอบคุณ เอ็มตี้

การป้องกัน ไวรัสเบื้องต้น


แน่นอน ว่า เมื่อเราได้เปิดเพื่อใช้งานคอมนั้น ย่อมจะต้องมีการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านเครือข่ายให้บริการอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นที่ไหนย่อมต้องระมัดระวังเรื่องของพวกไวรัส ที่จะมาแอบแฝงโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้งาน คุณควรจะมีความรู้พอสมควรว่าจะเข้าค้นหา ศึกษาเวปหรือหาความรู้จากสื่อที่มีมากมายในโลกไซเบอร์ พึงระวังเวปที่เราไม่รู้จัก ไม่คุ้นชื่อ หรือเวปแปลกๆ น่าตาในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ

เวปไซต์ ลามก ที่นำเสนอภาพโป้ ภาพหลุด ภาพลับๆ ของคนมีชื่อ แน่นอนว่า เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ย่อมอยากจะรู้อยากเห็นแล้วเข้าไปดูโดยไม่รู้ว่า ในเวปนั้นอาจมีพวกโปรแกรมประเภท สปายแวร์ โทรจัน หรืออาจมีพวกไวรัส ซึ่งรอรับเราเมื่อเราทำการดาวน์โหลดมาแล้วมา เปิดหรือติดตั้งภายในเครื่องของ เป็นจังหวะดีทีเดียวที่โปรแกรมพวกนี้ได้หลุดมาอยู่ในเครื่องเราแล้ว ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะทำงานตอนไหน

แต่ที่แน่ๆ อาการคอมของเรามันจะแสดงให้เห็นเด่นชัดเลย คือ อืด ชอบรีเฟรชตัวเองบ่อยๆ แม้กระทั่งไฟล์ที่เราเปิดเป็นประจำ อาจใช้งานไม่ได้ คอมร้องเตือนเสมอว่า มีปัญหา นอกจากนี้ หลายคนมักบ่นกันบ่อยๆว่าเล่น แชทมักจะโดนคนแกล้งอย่างนั้นอย่างนี้ก็มี มันเป็นปัญหาที่น่ารำคาญไม่ใช่น้อย

วิธีการป้องกัน คือ ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเวปที่เข้าไม่รู้จัก ก็ควรไม่ต้องเข้าไปดู (หากใครกล้าเสี่ยง คุณควรแน่ใจว่าเครื่องคุณนั้นมีโปรแกรมประเภทแสกนไวรัสได้ดีพอ)

ในการสื่อสารผ่านทางอีเมลก็เช่นกัน เรามักจะเจอปัญหาสแปมเมล ซึ่งมักแฝงด้วยโฆษณารูปแบบต่างๆ ข้อนี้ป้องกันได้ คือเราไม่เปิดดูมันก็เป็นอันใช้ได้ และเมลที่ระบุข้อความถึงตัวท่าน หากไม่ทราบที่มา หรือ เมล นั้นเป็นชื่อบุคคลที่เราไม่รู้จัก เราควรลบไฟนั้นทิ้งไปเลย

เหล่านี้คื่อ ข้อเตือนเล็กๆน้อยๆ ที่อาจมีประโยชน์สำหรับบางท่าน อย่าลืมว่ายิ่งโลกนี้มีโปรแกรมที่ตรวจจับไวรัสได้มากเท่าไร เหล่าคนที่ชอบปล่อยไวรัสก็มักไล่ตามกันไป

ไฟล์มีเดีย ต่างๆที่เราได้รับ จะมีสกุลแตกต่างกันไป (.flv,wma,mp) จำไว้ว่าถ้าเจอไฟล์ที่ลงท้ายด้วย.exe แล้วละก็นั้น ต้องระวังไว้เลย อันตรายสุด....สุ..ดๆ

แนวการใช้งาน

ไปเจอมาอาจ ใช้ประโยชน์ได้บ้างนะ
Window XP TiP ทริปง่ายๆ กับการใช้วินโดว์ ครับ
1. คุณสามารถดูเปิดเว็บได้เต็มจอโดยการกด F11

2. คุณสามารถเลื่อนหน้าจอ IE ลงได้โดยกด space และเลื่อนขึ้นโดยกด shift+space

3. คุณสามารถซ่อนขอบหน้าต่างและ titlebar ของ task manager ได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ว่างตามขอบใดๆก็ได้

4. คุณสามารถหยุดยั้งการปิดเครื่องเองภายใน 60 วินาทีของ blaster.worm ได้ โดยการเปิด run แล้วพิมพ์ "shutdown -a"

5. และคุณสามารถสั่งปิดเครื่องที่อยู่ข้างๆได้โดยพิมพ์ "shutdown -i"

6. คุณสามารถส่งแฟกซ์หรือ print-to-fax ด้วยโมเด็มได้โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมอื่นๆช่วย

7. คุณสามารถเร่งหรือชะลอความเร็วของเพลง หรือแม้แต่เล่นเพลงย้อนกลับได้ โดยใช้ play speed settings ที่อยู่ใน windows media player

8. คุณสามารถเปิดและเข้ารหัสไฟล์ zip ได้โดยไม่ต้องใช้ winzip หรือ winrar ใช้คุณสมบัติของ compressed folder

9. คุณสามารถเปลี่ยนรูปภาพอะไรก็ได้ให้เป็นไอคอนแค่เพียงคุณเปลี่ยนนามสกุลมันเป็น .ico เท่านั้น

10. เมื่อเมาส์ของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์ได้ด้วยคีย์บอร์ดโดยเลือกที่ accessibility option > mouse > mousekeys แล้วใช้ numpad เป็นตัวควบคุมเมาส์ขยับเมาส์คลิกเมาส์แทน

11. เมื่อคีย์บอร์ดของคุณพัง คุณยังสามารถใช้เมาส์พิมพ์ข้อความได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ osk

12. คุณสามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณพูดไม่หยุดปากได้โดยเปิด run แล้วพิมพ์ narrator และสั่งให้มันพูดอีกครั้งเมื่อพูดจบก็ให้กด ctrl+shift+space ******uninstall แล้วยังไม่หายไปจาก add remove.. ******* start > run > regedit > ok HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Uninstall เข้าไปลบตัวโปรแกรมที่ยังค้างอยู่ *********การลบเกมส์ใน รีจิสเตอร์************ Hkey_current_user เลือก Software ทีนี้ก็ลองหาชื่อเกมส์หรือโปรแกรมที่ต้องการจะเอาออก โดยการคลิ๊กขวา แล้วก็ delete แล้วปิดหน้าต่าง รีสตาร์ทแค่นี้ก็เรียบร้อยครับ **********บูทวินโดวส์ XP แบบติดเทอร์โบ********** ไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\SessionManager\MemoryManagement\PrefetchParameters ตรงด้านขวามือแก้ไขคีย์ EnablePrefetcher จาก 3 เป็น 5 แล้วกด OK ************** แก้เครื่อง shutdown นานมาก ********** รัน regedit แล้วแก้ registry HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Control ตรงด้านขวามือเลือกที่ WaitToKillServiceTimeout เดิม 20000 แก้เหลือ 1 HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop ตรงขวามือให้แก้ตามนี้ "AutoEndTasks"="1" "HungAppTimeout"="1" "MenuShowDelay"="100" (เพิ่มความเร็ว Start Menu) "WaitToKillAppTimeout"="1" ปิด Regedit จากนั้นรีสตาร์ท จะเห็นผลโดยทันที

********ลบโปรแกรม MSN Messenger ออกจาก WindowsXP**********

ถ้าคุณต้องการลบ MSN Messenger ออกจาก WindowsXp ทำได้โดยคลิ๊ก Start -> Run แล้วพิมพ์ดังนี้ RunDll32 advpack.dll,LaunchINFSection %windir%\INF\msmsgs.inf,BLC.Remove จากนั้นคลิ๊ก OK

******** หยุดการเล่นโปรแกรมอัตโนมัติ ในขณะใส่แผ่น CD (ยกเว้น CD เพลง) ******** 1. คลิ๊ก Start เลือก Run 2. พิมพ์ "gpedit.msc" จะมีหน้าต่าง Group Policy ขึ้นมา 3. ดับเบิ้ลคลิ๊ก Computer Configuration และดับเบิ้ลคลิ๊ก Administrative Templates 4.จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊ก System ตรงด้านขวามือให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Turn off autoplay 5.จะมีหน้าต่าง Turn off Autoplay Properties ขึ้นมา 6. ให้คลิ๊กเลือกที่ Enabled 7. ตรงช่อง Turn off Autoplay on: ให้เลือก CD-ROM drives 8.กด Apply 9. กด OK ( จบ ) ***** วิธีเปิด-ปิด CD-ROM โดยไม่ต้องใช้มือ ******* การเปิดไดร์ฟก็คลิ๊กขวาเลือก eject ครับ จะปิดไดร์ฟก็ คลิ๊กขวาแล้วเลือก close tray ทำให้ ลูกศร ตรง ShortCut ให้หายไป Start > Run แล้วพิมพ์ regedit แล้วกด ok HKEY_CLASSES_ROOT\lnkfile คลิ๊ก IsShortcut แล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบออกไป ----------------------------------------------------------------------------- เอา User name ตรง Startmenu ออก 1.Start -> Run -> พิมพ์ว่า GPEDIT.MSC เพื่อเรียกโปรแกรม Group Policy ขึ้นมานะครับจากนั้นก็ไปที่ User Configuration -> Administrative Templates -> Start Menu and Taskbar นะครับแล้วก็ดูขั้นตอนต่อไปเลยครับ 2.ให้หาคลิ๊กคำว่า Remove Username from Start Menu Double Click ขึ้นมาแล้ว Check ที่ Enabled แล้วกดปุ่ม OK เท่านั้นก็เรียบร้อยแล้วครับ ----------------------------------------------------------------------------- ตั้งเวลา Shutdown เปิด Command Prompt ขึ้นมา(run พิมพ์ cmd >OK) พิมพ์ Shutdown วรรค แล้วต่อด้วยคำสั่งที่ต้องการดังนี้ -i = ให้มีกรอบโต้ตอบขึ้นมา -l = Logoff -s = Shutdown -r = Restart -m \\ชื่อคอมพ์ =สั่งให้คอมเครื่องนั้นปิดเครื่อง รีสตาร์ต หรือ ลอกออฟ -t xx = ตั้งเวลาทำตามคำสั่ง xx วินาที -c "comment" = ให้มี Comment ขึ้น -f = ปิดโปรแกรม -a = ยกเลิกคำสั่งทั้งหมด สามารถพิมพ์หลายคำสั่งได้ โดยแต่ละคำสั่งให้วรรค เช่น ต้องการให้ปิดเครื่องใน 30 วินาที โดยมีข้อความว่า"จะปิดแล้วนะ"ก็พิมพ์อย่างนี้ shutdown -s -t 30 -c "จะปิดแล้วนะ" เป็นต้น เมื่อคุณDownload Boot Screen ที่ต้องการได้แล้ว มันจะเป็นไฟล์.zipใช่ไมครับ ข้างในจะมีไฟล์2ตัวที่สำคัญคือ ntoskrnl.exe ใช้กับWin XPที่ไม่ใช่version SP1 ส่วน ntoskrnlSP1ใช้กับWin XPที่เป็นversion SP1(ดูได้ที่ Control Panel ---> System ---> General ครับ) 1. ให้เลือกไฟล์ที่ต้องไปเก็บไว้ในMy Documents 2. จัดการเปลี่ยนชื่อมันซะ เช่นTEMP (ต้องเป็นตัวใหญ่ทั้งหมด) 3. เมื่อเปลี่ยนชื่อเสร็จแล้ว ให้ย้ายมันไปไว้ที่ C:\windows\system32 4. เข้าไปใน Control Panel ---> System ---> Advanced ในหัวข้อStartup and Recovery คลิกที่settingsแล้วไปคลิกที่Edit ไปเปลี่ยน ตรง multi(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)\Windows="Windows XP" /fastdetect ให้เป็น multi(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)\Windows="Windows XP" /fastdetect /KERNEL=TEMP.EXE ตามชื่อที่ได้ตั้งไป(ต้องเป็นตัวใหญ่ทั้งหมดนะดูให้ดี) แล้วคลิกที่ File กด Saveซะ ออกมากด OK เป็นอันเสร็จ Restart ดูภาพสวยๆที่เลือกได้เลย สิ่งที่กินสเปซเครื่องมากมีดังนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานควบคู่กัน - การเล่น Internet - การทำกราฟฟิค - การปริ้นงานโดยมี Software กำกับ - การทำแบแบรนหรือการทำงานเกี่ยวกับการรวม hardware เข้าด้วยกัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรมร่วม การส้าง shortcut รีสตาร์ตวินโดวส์ คลิ้กขวาที่หน้า desktop > New > Shortcut แล้วใส่คำสั่งตรงที่ให้ใส่ Location ไปว่า shutdown -r -t 0 แล้วก็ตั้งชื่อ Shorcut นั้นตามใจชอบ ทีนี้เราก็จะได้ รีสตาร์ตเร็วกว่าเดิม หน่อยนึง

ทำวินโดว์ให้เป็นของแท้

พอดีไปเจอมา เลยเก็บมาฝากกัน มันน่าสนใจตรงที่ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรช่วยเลย เพียงแค่พิมพ์ตามที่บอกก็ได้แล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า
1. พิมพ์ regedit ในช่อง run แล้วเข้าไปที่HKey_Local_Machine\Software\Microsoft\WindowsNT\Current Version\WPAEventsทางด้านขวา ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ oobetimer แล้วลบอะไรที่อยู่ในนั้นให้หมด (จะเหลือเลข 0 อยู่สี่ตัว ลบไม่ได้)อันนี้เป็นการล้างค่าที่ไมโครซอฟท์ใช้ตรวจสอบวินโดวส์ขอเราครับ เสร็จแล้วกด OK แล้วปิดไปได้เลย
















2. จากนั้นพิมพ์%systemroot%\system32\oobe\msoobe.exe /aลงในช่อง run แล้วกด Enter จะปรากฎหน้าต่างของ Activate Windows ขึ้นมา จากนั้นให้เลือกที่Yes, I want to telephone a customer service representative to activate Windowsแล้วคลิ๊กที่ Next
3. จากนั้นคลิ๊กที่ Change Product Key โดยที่ไม่ต้องใส่อะไรทั้งนั้นในหน้านี้
4. จากนั้นให้ใส่ Product Key ว่าB3P7V-Q2WTH-CRK4R-YHJRF-39H4Mแล้วคลิ๊กที่ Update เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้ปิดหน้าต่างนี้ไปได้เลย โดยคลิ๊กที่ X ที่มุมขวาบน
5. รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง แล้งลองพิมพ์%systemroot%\system32\oobe\msoobe.exe /aแล้วกด Enter จะปรากฎคำว่าWindows is already activatedถ้าขึ้นตามนี้ก็แสดงว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ
6. ทดสอบโดยการตรวจสอบกับทางไมโครซอฟท์ โดยการเปิด Windows Explorer แล้วเลือกที่ Help แล้วเลือกที่ ตรวจสอบลิจสิทธิ์วินโดวส์ ถ้ามันบอกว่าเป็นของแท้ก็ลุย อัพเดท โหลดและติดตั้งโปรแกรมฟรีของไมโครซอฟท์ ทั้ง Windows Defeder , WMP11 และอื่น ๆ ได้เลย
ส่วนการทำ Windows Vista ให้เป็นของแท้นั้น ทำได้โดยการเปลี่ยนปีของ BIOS ให้เป็นปี 2099 ก่อนการ Install Vista แล้วพอ Install Vista เสร็จก็ค่อยเปลี่ยนกลับ แค่นี้เอง ไม่รู้ยังไม่เคยลองกับ Vista หละ ถ้าได้ผลยังไงก็ Comment มาบอกกันด้วยนะ (ของ XP ที่บอกว่าข้างบน ทำได้แน่ ลองแล้ว)